ดอกชบา


ดอกสมบูรณ์เพศ


ดอกชบา 
เป็นพืชมีดอกในสกุล Hibisceae วงศ์ Malvaceae เป็นพืชพื้นเมืองในเอเชียตะวันออก ชาวโอรังอัสลีในรัฐเประก์ มาเลเซีย ใช้เปลือกรากแช่ในน้ำข้ามคืนและดื่มขณะท้องว่างเพื่อรักษาฝี 
ชื่อวิทยาศาสตร์: Hibiscus syriacus
สายพันธุ์ที่เหนือกว่าสกุลชบา
ชั้นสปีชีส์
สรรพคุณชบา
ใบ และดอก นำมาต้มดื่มหรือใช้เติมแต่งอาหาร
ต้านโรคมะเร็ง
บำรุงตับ ป้องกันตับเสื่อมจากสารพิษ
ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว
ใบ และดอก นำมาใช้ภายนอกร่างกาย
ใบหรือดอก นำมาขยำให้เกิดเมือกหรือผสมน้ำเล็กน้อย ก่อนใช้ทา ใช้ประคบหรือใช้สระ มีสรรพคุณ ดังนี้
รักษาแผลไฟไหม้ แผลน้ำร้อนลวก
รักษาแผลสด
รักษาแผลติดเชื้อ แผลมีน้ำหนอง
ป้องกันการอักเสบ และการติดเชื้อของแผล
ช่วยลดอาการบวมซ้ำ
กระตุ้นการงอกของเส้นผม
บำรุงผมให้ดกดำ
ราก และลำต้น นำมาต้มดื่ม
แก้อาการไอ อาการระคายคอ
ช่วยขับเสมหะ
รักษาหลอดลมอักเสบ
รักษาประจำเดือนมาไม่ปกติ
รักษาอาการตกขาว
รักษาอาการเลือดไหลทางช่องคลอด
รักษามดลูกอักเสบ
รักษาอาการตกขาว
รักษาอาการเลือดไหลทางช่องคลอด

 การเพาะปลูกดอกชบา

การปลูกเลี้ยงและการดูแลรักษา

ชบาเป็นพืชที่ปลูกเลี้ยงง่าย ถ้ามีการดูแลรักษาอยู่เหมาะสม จะทำให้ชบาออกดอกสวยงามตลอดปี ดินปลูก ควรเป็นดินร่วนซุย มีการระบายน้ำดี อาจผสมดินร่วน ขี้เถ้าแกลบ การมะพร้าวสับ และปุ๋ยคอก อย่างละ 1 ส่วน คลุกเคล้าให้เข้ากัน การให้น้ำขึ้นอยู่กับฤดูกาลและสภาพอากาศ เช่น ในฤดูฝนควรให้น้ำเมื่อเห็นว่าฝนไม่ตก เป็นเวลานานหรือผิวดินแห้ง ส่วนใหญ่ฤดูแล้งให้น้ำเพียงวันละครั้ง และไม่ควรมีน้ำขังแฉะ ควรให้ปุ๋ยสูตร เสมอ เช่น 16-16-16 หรือ 15-15-15 ทุกๆ เดือน เดือนละครั้ง พร้อมกับพรวมดินรอบพุ่มต้น ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก นำมาปรับปรุงดินเป็นตรั้งคราว โดยธรรมชาติเป็นพืชที่ต้องการแสงแดดจัด ขึ้นได้ในดินทุก สภาพ และมักจะทนแล้งได้ดี
การขยายพันธุ์
มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับวัตถุปรัสงค์ และความสะดวกในการทำ ได้แก่
ปักชำ เตรียมกิ่งชำขนาดเส้นผ่าศุนย์กลางประมาณ 1 ซม. ลิดในออกบางส่วน เพื่อลดการคายน้ำ ตัดส่วน โคนในแนวเฉียงและกรีดตามยาวประมาณ 2 ซม. 2-3 รอยที่โคนกิ่ง วัสดุชำมักใช้ทรายผสมกับขี้เถ้า- แกลบปริมาณเท่าๆ กัน ปักกิ่งชำในแนวเฉียงเล็กน้อย แต่ละกิ่งห่างกันประมาณ 10 ซม. นำไปไว้ในกระ บะพ่นหมอกหรือใสุ่งพลาสติกประมาณ 2 สัปดาห์กิ่งชำจะออกราก ย้ายปลูกลงในกระถางหรือถุงต่อไป วิธีนี้จะได้ต้นจำนวนมาก

เสียบยอด นิยมใช้พู่ระหง ชบา หรือชบาด่างเป็นต้นตอ เนื่องจากมีความแแข็งแรงทนทานต่อสภาพแวด ล้อม เลือกต้นตอที่มีลำต้นตรง ลิดใบออกบางส่วน ตัดยอดออก แล้วใช้มีดผ่าลงกลางรอยตัดยาวประมาณ 3 ซม. สำหรับกิ่งพันธุ์ต้องมีตา 2-3 ตา ยาวประมาณ 10 ซม. เฉือนโคนทั้งสองด้านเป็นรูปลิ่ม รอยเฉือน ด้านหน้ายาวประมาณ 2-3 ซม. เสีบยลงบนต้นตอให้รอยแผลทาบกันสนิทดี พันพลาสติกจากล่างขึ้นบน ให้แน่น หลักจากนั้น 2-3 สัปดาห์ แกะพลาสติกตรวจดูรอยแผล วิธีนี้จะทำให้ได้ต้นพันธุ์ดีที่เจริญเร็ว
ติดตา นิยมใช้วิธีนี้เมื่อกิ่งพันธุ์มีจำนวนน้อย วิธีทำก็เช่นเดียวกับการติดตาพืชทั่วๆ ไป โดยจะใช้เวลาประ มาณ 2 สัปดาห์หลังการติดตาจึงแกะพลาสติกออก หรือเมื่อเห็นว่าตาที่ติดเริมเจริญขึ้น
การดูแลรักษา
แสง ชอบแสงแดดมาก
น้ำ ต้องการน้ำพอประมาณ
ดิน เป็นไม้ที่ปลูกได้ง่ายสามารถเจริญเติบโตได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ไม่ควรให้ดินเปียกหรือแฉะเกินไป
ปุ๋ย ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก

First